Skip to content
Home » ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว และบางทวีป เช่น ยุโรป ก็ได้เดินทางเข้าสู่การแข่งขัน รอบคัดเลือกรอบเพลย์ออฟ ซึ่งถือได้ว่าเป็นด่านสุดท้าย แทงบอลโลก 2022 ที่จะตัดสินได้ว่าชาติใดจะก้าวสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์

ฟุตบอลโลก 2022

ระบบเพลย์ออฟของฟุตบอลโลกปี 2022 นั้นแตกต่างออกไปจากปีก่อน ๆ โดยรอบเพลย์ออฟนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นสองสาย คือ รอบเพลย์ออฟในทวีปยุโรป และ รอบเพลย์ออฟในระหว่างทวีป

รอบเพลย์ออฟในทวีปยุโรป

เนื่องจากเป็นปีแรกที่ผลงานในทัวร์นาเมนต์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก จะเข้ามามีส่วนในการคัดเลือกทีมเข้ารอบฟุตบอลโลก รอบเพลย์ออฟ ในโซนยุโรปของฟุตบอลโลก 2022 จึงมีความสลับซับซ้อน และมีความโหดสุด ๆ เพราะจะมีเพียง 3 จาก 12 ทีมเท่านั้น ที่จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย

สำหรับ 12 ทีมที่มีสิทธิลงแข่งขันในรอบเพลย์ออฟ ประกอบด้วย 10 ทีม ซึ่งจบเป็นอันดับสองของกลุ่มจากการแข่งขัน ในรอบคัดเลือกรอบแรก ประกอบด้วย โปรตุเกส สวีเดน อิตาลี ยูเครนเวลส์ สกอตแลนด์ ตุรกี รัสเซีย โปแลนด์ และมาซิโดเนียเหนือ

ส่วนอีก 2 ทีม คือ สองชาติที่สามารถคว้าแชมป์ ในกลุ่มจากการแข่งขัน ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก และมีอันดับโลกดีที่สุด แต่ไม่สามารถจบสองอันดับแรก ของกลุ่มในรอบคัดเลือกรอบแรก โดยสองชาตินั้น คือ ออสเตรีย

ซึ่งอยู่อันดับที่ 18 ของโลก และสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งอยู่ติดอันดับที่ 19 ของโลกนั่นเอง

เมื่อรวมกันแล้วจะได้ 12 ทีม ซึ่งทุกทีมก็จะถูก นำมาเรียงลำดับตามผลงานในรอบคัดเลือกรอบแรก 6 ทีม ที่มีผลงานที่ดีที่สุด ได้แก่ โปรตุเกส สกอตแลนด์ อิตาลี รัสเซีย สวีเดน และเวลส์ จะถูกเลือกเป็นทีมวาง และมีสิทธิเล่นในบ้าน ในรอบเพลย์ออฟรอบแรก ส่วนอีก 6 ทีมที่เหลือ จะเล่นเป็นทีมเยือน ในรอบเพลย์ออฟของรอบแรก

หลังจากที่ได้ทีมวางแล้ว ก็จะมีการแบ่งของแต่ละทีม ออกไปอยู่ในการแข่งขัน ของแต่ละสาย ซึ่งมีทั้งหมดสามสาย โดย ทั้ง 2 ทีม ถูกแบ่งไปอยู่ในหนึ่งสาย ร่วมกับอีก 2 ทีมรอง สรุปก็คือ แต่ละสาย ก็จะมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกันทั้งหมด 4 ทีม เพื่อค้นหาผู้ชนะ เพียงชาติเดียวในแต่ละสาย และผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

กฎของการแข่งขัน ในรอบแต่ละสายจะถูกแบ่งเป็นสองรอบในกติกา แบบน็อกเอาท์ โดยรอบแรกจะเป็นการพบกันระหว่างทีมวาง และทีมรอง ส่วนรอบชิงชนะเลิศ จะเป็นการพบกันของผู้ชนะจากรอบแรกทั้งสองทีม ด้วยกฎแบบนี้ จะทำให้มีผู้ชนะเพียงทีมเดียว ของแต่ละสาย และจะช่วยคัดเลือก 3 ทีมที่ดีที่สุด จาก 12 ทีมของรอบเพลย์ออฟ ในโซนยุโรป เพื่อผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายตามต้องการ

รอบเพลย์ออฟในระหว่างทวีป

สำหรับชาติจาก 4 ทวีปที่เหลือ ได้แก่ เอเชีย อเมริกาเหนือและกลาง อเมริกาใต้ และ โอเชียร์เนีย ซึ่งสามารถผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ได้สำเร็จ จะต้องเข้าร่วมแข่งขันรอบเพลย์ออฟ ระหว่างทวีป หรือ ( Inter-confederation Play-offs ) เพื่อค้นหาเพียง 2 จาก 4 ทีม ที่จะผ่านเข้าไปแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

เนื่องจาก 4 ทีมที่จะเข้าร่วมแข่งขัน เป็นตัวแทนของแต่ละทวีป การคัดเลือกทีมที่จะเข้าแข่งขันจึงต้องแตกต่างกันออกไป โดยทีมจากทวีปเอเชีย คือ ชาติที่จบอันดับ 3 ของกลุ่ม ( หนึ่งกลุ่มมี 6 ทีม ) จากการแข่งขันรอบคัดเลือกรอบสาม หรือ รอบ 12 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะมีจำนวนทั้งหมด 2 ทีม และ 2 ทีมดังกล่าว จะต้องลงแข่งขันในรอบเพลย์ออฟโซนเอเชีย เพื่อหาเพียงทีมเดียวที่จะเข้ามาแข่งขันในรอบเพลย์ออฟระหว่างทวีป

สำหรับโซนอเมริกาเหนือ และกลาง หรือ คอนคาเคฟ สิทธิในตรงนี้ ก็จะเป็นของทีมที่ อันดับ 4 ของกลุ่ม จากรอบคัดเลือกในรอบสาม หรือ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และในส่วนของโซนอเมริกาใต้ สิทธิตรงนี้ ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน คือตกเป็นของทีมอันดับ 5 จากทั้งหมด ใน 10 ชาติของรอบคัดเลือก

และอีกหนึ่งที่ว่างจากโซนโอเชียร์เนีย ก็จะตกเป็นของผู้ที่ผ่านรอบคัดเลือก ภายในทวีป โดย 11 ชาติสมาชิก จะจัดลีกในการแข่งขันแบบพบกันทั้งหมด ซึ่งคล้ายกับ อเมริกาใต้  และรอบคัดเลือก 4 ทีมที่ดีที่สุด พื่เอเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบสอง ซึ่งจะแข่งขันในระบบน็อกเอาท์ เพื่อหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่จะเข้ามาแข่งขัน ในรอบเพลย์ออฟระหว่างทวีปต่อไป

และเมื่อได้ครบทั้ง 4 ชาติ จาก 4 ทวีป ในการแข่งขันรอบเพลย์ออฟระหว่างทวีปแล้ว จะมีการจับฉลากประกบคู่ เนื่องจากไม่มีการกำหนดตายตัวว่า ทวีปไหนต้องเจอกับทวีปไหน เมื่อได้คู่แข่งขันกันแล้ว จึงจะหาทีมที่ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกในรอบสุดท้าย และผ่านการแข่งขันเพียงนัดเดียวภายในสนามกลาง จึงจะได้ 2 ชาติ เข้าสู่รอบต่อไปตามความต้องการ

ทั้งนี้ รอบเพลย์ออฟ ในระหว่างทวีปยังไม่ได้รายชื่อทั้ง 4 ทีมที่มีสิทธิเข้าร่วมแข่งขันแต่อย่างใด

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทั่วโลกยังเป็นห่วงมากที่สุด คือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยังไม่จบง่าย ๆแน่ และอาจจะยังไม่จบในช่วงที่ฟุตบอลโลก 2022 ฟาดแข้งกันอยู่แน่ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อบังคับใด ๆ เกี่ยวกับแฟนบอลที่จะเข้ามาชมเกมในสนามว่าจะต้องฉีดวัคซีนหรือไม่ และเจ้าภาพฟีฟ่าก็กำลังพิจารณาแนวทาง ที่เหมาะสมที่สุดและจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่ฟีฟ่าก็ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า การที่ทั้งนักเตะ สตาฟและโค้ช แฟนบอลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนั้น ได้รับวัคซีนครบถ้วนก่อนการแข่งขันแล้ว เป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก

เราเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนเท่านั้น พวกเราก็จะได้ดูฟุตบอลโลก แบบฉบับอาหรับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กันแล้ว แม้ว่าจะเตะกันในทวีปเอเชีย แต่ก็ยังต้องอดหลับอดนอนกันเหมือนเดิม เพราะจะแบ่งช่วงเวลาแข่งขันเป็น 17.00 น. 22.00 น. 02.00 น. ตามเวลาของประเทศไทยนั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติมต่อได้ที่นี่

แทงบอล ครึ่งควบลูก เงินดีไหม ?